[BTS] Música de dança (Track 1)

posted on 07 Sep 2011 05:24 by esther-terrible in BTSchool

 

Entry นี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับ

 

ซึ่งเป็น Parallel Universe ของ

 

     เกริ่นก่อนเริ่ม: ไม่ได้โพสต์มาสักพัก (ใหญ่) ขอบคุณท่านพี่เทพหมี (มหึมาอานุภาพ) ที่เขียนถึงโลโล่ ทำให้มีแรงฮึดขุดเขียนเรื่องของคุณครูวิชาลีลาศแห่งประชาบาลบลอดเวน อยากเมาท์ว่าระหว่างเขียนรอบตัวมีแต่เหตุให้ต้องได้พบกับสิ่งที่เกี่ยวกับบราซิล เพลงแซมบ้า (หน้ามืดซื้อมาฟังกรอกหู เลิศมาก) และสารคดีเรื่อง Carnival ที่ริโอ เลยเป็นแรงบันดาลใจการเขียนมากกกกกก (เข้าขั้นหลอนเพราะไปทางไหนก็เจอแต่บราซิล เมื่อวานนี้ยังเจอลูกครึ่งญี่ปุ่น บราซิลเลย ฮี่)

      ตอนนี้จะเหลื่อมพอดีกับ [BTS] 014 : U-N-T-I-T-L-E-D  ต่อด้วย    [BTS] 015 : ?  โดยท่านพี่เทพหมี  แล้วอย่าลืมกลับมาอ่าน Track 2 ด้วยเด้อค่า

      ว่ามานาน........เชิญอ่านดีกว่า (นอนตาย)

 

 

 

ริโอ.....เมืองแห่งคาร์นิวัล....วันที่ศรัทธาและตัณหาพบกัน เขาหลงใหลคาร์นิวัลตั้งแต่เป็นเด็ก การเต้นรำที่เหมือนยกเอาสีสันของโลกทั้งใบมารวมไว้บนถนนกรุงริโอ ทุกปีเขาต้องมาเฝ้าดูขบวนแห่ที่ยิ่งอลังการขึ้นทุกปี แหงนมองนักเต้นนับร้อยๆ ที่ยาตราร่ายรำบนถนน และบนรถแห่ แต่ที่ตรึงใจเด็กชายคาร์ลอส เปเล่ ที่สุด....คือ ราชินีธง กับ Mestre-Sala นายขบวน ผู้เป็นองครักษ์ของธง นับเป็นการเต้นคู่เอกของแต่ละสำนักแซมบ้า ที่สะท้อนความสง่างาม เร่าร้อน พลิ้วไหว และแข็งแกร่ง เหมือนจิตวิญญาณแห่งบราซิล

เขามองอย่างหลงใหล...กระทั่งวันหนึ่ง เขาก็ได้ไปเต้นในขบวนแห่...ขึ้นไปบนรถแห่...และวันหนึ่ง เขาก็ได้รับเกียรติให้เป็นเป็นนายขบวน ที่ต้องเต้น และหมุนไปไม่หยุดท่ามกลางสายตานับหมื่นคู่ไปหลายกิโลเมตร Mestre-Sala จะต้องดึงสายตาทุกคู่...ย้ำ...ทุกคู่....ให้มาอยู่ที่ตัวเอง เพื่อที่ทุกคนจะได้เห็น “ธง” ของสำนักในมือของ “ราชินีธง”

สำหรับเขา....ไม่ยาก

ปีละครั้ง ที่เหมือนกับตัวเองได้ล่องลอยไปสู่สรวงสวรรค์แห่งการเต้น จังหวะกลองเหมือนจังหวะหัวใจ คาร์นิวัลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยความอลังการ ฉูดฉาด แท้แล้วแฝงไว้ด้วยปรัชญาแห่งศรัทธา อย่างขนนก หมายถึงการท่องไปสู่แดนแห่งจิตวิญญาณ แม้รอบกายจะอึกทึก...แต่ภายใน เขากลับสงบอย่างที่สุด

ปีนี้...เขากลับมาที่โรงเรียนแซมบ้าที่บ่มเพาะเอวพลิ้วไหว กับความแข็งแกร่งให้เขา ครูฮวน ซาเรส เป็นเหมือนพ่อคนที่สองของเขา ครูเฒ่าไม่มีลูก มีแต่ลูกศิษย์นับร้อยซึ่งเรียกครูฮวนว่า papai แปลว่า daddy

ปีนี้..ครูฮวนอายุ 70 ปี แต่ยังแข็งแรง และแว้ดใส่พวกที่เต้นไม่ได้ดั่งใจให้สะดุ้งโหยงๆ ตัวสั่นกันได้ด้วยพลังเสียงตัวพ่อ

แม้แต่เขาเอง...ศิษย์คนโปรดคนสุดท้าย...แกยังเอาลูกบอลรูปนกเขวี้ยงหัวตอนที่เต้นไม่ได้ดั่งใจได้ลงคอ

ลูกศิษย์รุ่นน้องบอกว่าแกติด Angry Birds งอมแงม อินจัด เลยให้เลขาไปเหมามาหลายลัง ทุกคนโดนแกซัดด้วยเจ้านกอ้วนพิโรธหมด...ดีที่มันนุ่มๆ ไม่เช่นนั้นคงหัวโนกันหมด

หากฤทธิ์นกพิโรธ + พลังโหดของท่านครูเฒ่าก็ส่งผลให้ขบวนคาร์นิวัลของสำนักได้รับรางวัลอันทรงเกียรติไปครองอีกปี แต่ชัยชนะนั้นไม่สำคัญเลยเพราะแค่ได้เต้น และล่องลอยสู่ภพแห่งฝัน นั่นคือที่สุดของที่สุดแล้ว

 

 

สำนักครูฮวน ซาเรส มีงานเลี้ยงขอบคุณจัดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง...ที่ประจำ ใช้มาหลายปีแล้ว

เพื่อนเก่าๆโผกอดเขา วี้ดว้ายกระตู้วู้ตามประสา ตัดพ้อต่อว่าว่าเขาช่างหายต๋อมไปได้อย่างน่าตีจริงๆ เขาหัวเราะ บอกแค่ว่าตอนนี้ไปเป็นครูที่โรงเรียนหนึ่ง ทุกคนโวยวายว่าเสียของ เสียโอกาส แต่เขาแค่ยิ้ม เขาบอกว่าสอนที่นั่นสนุกมาก มีเด็กที่เต้นเก่งๆหลายคน แล้วเขาก็กำลังปั้นเด็กกลุ่มหนึ่งให้เป็นไอดอล....

แล้วใครคนหนึ่ง...ที่ไม่ได้โคจรมาเจอเขาเลยหลายปีก็ได้ถามถึง “ลูเซีย คนที่เหลือ...ที่รู้เรื่อง...สะดุ้ง ขยับตัวยุกยิก และมีคนหนึ่งสะกิดให้คนถามรู้ตัว ส่ายหน้าส่งสัญญาณ

“เราห่างๆกันมันสักพักแล้ว”

เขาตอบแค่นั้น...ไม่ได้เจาะจงว่าคำว่าห่างนั่นคือแยกทางกัน...มากว่าห้าปีแล้ว

เตรียมใจอยู่แล้วว่าต้องมีสักคนถามขึ้นมา โดยเฉพาะเพื่อนที่ไม่ได้ติดต่อกันนานๆ และไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปีที่แล้วก็มีคนถาม ญาติบ้าง เพื่อนเก่าบ้าง มีคนถามถึงลูเซียกันไม่ขาด เขาก็ตอบแบบนี้ไป...ซึ่งก็เดากันได้ว่าหมายถึงอะไรแม้จะไม่ได้เจาะจง อันตอนิโยเพื่อนสนิทของเขารีบชวนทุกคนเปลี่ยนหัวข้ออย่างลื่นไหล เขาสบตาเพื่อขอบคุณ บรรยากาศกำลังดี ไม่ควรทำลายมันลง ใช่ ไม่ควรทำลายมันลงเลย

ผ่านไปสักพัก เขาก็รู้สึกถึงแรงสั่นที่กระเป๋ากางเกง จึงยกนิ้วขึ้นเป็นเชิงขอตัวจากเพื่อนๆ...หากเบอร์ที่เห็น...ทำให้เขารีบปลีกออกมา มันเป็นข้อความ...สั้นๆ แสนแห้งแล้ง

“มีธุระจะคุยด้วย ฉันรออยู่ที่ล็อบบี้”

ผู้ส่ง My Lucia

รู้ตัวอีกทีเขาก็วิ่งลงออกจากห้องจัดเลี้ยง แทบจะพุ่งหลาวลงไปยังล็อบบี้ของโรงแรมที่เป็นที่จัดงานเลี้ยงขอบคุณ

ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นเบอร์นี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

มีสังหรณ์บางอย่างเกิดแก่เขาเมื่อสัปดาห์ก่อน...เมื่อเขาหยิบซิมที่ใช้เวลาอยู่ในบราซิลใส่ลงไปในโทรศัพท์มือถือ ซิมนี้เขาใช้นาน เป็นซิมแรกของเขา พอไปอยู่ต่างประเทศก็สมัครแพคเกจที่ทำให้เก็บซิมไว้เปิดใช้ปีละครั้งสองครั้งได้ และเมื่อวันก่อนนี้เขาก็กดหาเพื่อนชื่อ Lucas ซึ่งก็ทำให้ชื่อของเธอปรากฏขึ้นมา ทำให้เขาหยุดชะงัก เช่นเดียวกับทุกปีที่ต้องพบเบอร์ของ Lucia ให้เขาชะงักคิด นิ้วเลื่อนไปยังปุ่ม Delete หลากหลายครั้ง แต่ก็ทำไมลง

ใช่ เขาคิดจะลบเบอร์นี้ทิ้งหลายครั้ง...พยายามฝืนใจกำจัดมัน แต่ก็ทำไม่ลงเสียที ทั้งๆที่คิดว่าคงไม่ได้ติดต่อหาเธอ แต่มันเป็นเหมือนสายใยบางๆที่ยังคงอยู่ระหว่างเขากับเธอ

               เธออยู่ที่นี่....ในโรงแรมแห่งนี้...เธอยังจำได้ว่าเขาต้องมาร่วมคาร์นิวัลทุกปี และจะต้องมีงานเลี้ยงขอบคุณกันที่นี่

               ตอนเขาผลุนผลันออกไป ได้ยินเสียงอันตอนิโยตะโกนไล่หลังแต่เขาไม่สนใจ ลูเซียอยู่ที่นี่...

              

               ลูเซียยังงดงามเหมือนเดิม ผิวของเธอคล้ำไปเล็กน้อย แต่ดูเหมือนเป็นการจงใจอาบแดดบ่มผิวมากกว่า ผมดำยาวของเธอยังเหยียดตรงสวย ใบหน้าผสมผสานตามแบบฉบับลูกครึ่งเอเชียถูกซ่อนไว้ใต้แว่นกันแดด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสดใส กระโปรงพลิ้วแต่เน้นเอว สะโพกแบบที่เธอชอบยังเหมือนเดิม และเธอก็ทรงเสน่ห์จนสะกดทุกสายตาในล็อบบี้...แบบที่เธอชอบได้เหมือนเดิม

               เขานั่งลงตรงข้ามเธอ...แต่เธอลุกขึ้น เดินไปยังที่นั่งซึ่งมองเห็นลำบาก...ที่นั่งที่เป็นส่วนตัวกว่าโซฟาตัวนั้น

               เขาเดินตามราวสุนัขผู้ภักดี เหมือนเมื่อก่อน

               “สบายดีไหม” เขาทักหลังจากนั่งลง นึกไม่ออกว่าควรพูดกับอดีตภรรยาอย่างไร ลูเซียผลักแว่นตากันแดดออก ในความสลัวเขาก็ยังเห็นสีน้ำทะเลในดวงตาของเธอ มรดกที่เธอได้มาจากบรรพบุรุษข้างแม่ที่เป็นเชื้อสายยุโรป แต่เค้าหน้านั้นเธอถอดมาจากพ่อที่เป็นชาวญี่ปุ่น นามสกุลของเธอ...ก่อนแต่งงาน...ไม่ใช่นามสกุลญี่ปุ่นอย่างที่ควร เพราะเธอเป็นลูกนอกสมรส จึงใช้นามสกุลของแม่ ลูกนอกสมรสในสังคมคาธอลิคไม่ใคร่มีใครอยากเกี่ยวข้องสัมพันธ์ เขาเป็นผู้ชายส่วนน้อยที่ไม่สนว่าเธอจะเป็นลูกนอกสมรสหรืออะไร และเคยเป็นผู้ชายที่โชคดีที่เธอเลือกแต่งงานด้วย

               ก่อนที่เธอจะประกาศว่าการเลือกแต่งงานกับเขาคือความผิดพลาด เป็นโชคร้าย

               พวกเขาเคยรักกันมาก เขาเทิดทูนเธอ บูชาเธอ รู้สึกว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้ร่วมชีวิตกับหญิงสาวแสนสวยสง่า พวกเขาพบกันในงานเลี้ยงหนึ่ง และตกหลุมรักกันอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาแค่หกเดือนพวกเขาก็แต่งงานกัน ดูเหมือนว่าตั้งแต่นั้นคาร์ลอสก็พบแต่เรื่องดีๆในชีวิต เขากลายเป็นนักเต้นมีชื่อเสียง ในที่สุดก็ได้ทำสัญญากับคณะนักเต้นที่นิวยอร์ค ชีวิตยิ่งรุ่ง มีคนรุมล้อม มีหญิง...และชายที่มาหลงใหลเขา แต่สายตาของชายที่ทุ่มความรักให้หญิงเดียวดั่งคนตาบอดรักแสงสว่างสุดท้ายที่ตนเห็น เขามองเพียงเธอ

               ปีแรกของการแต่งงานหวานล้ำ ลูเซียตื่นเต้นกับชีวิตเมืองใหญ่ เธอไม่ต้องทำอะไรซึ่งก็สมปรารถนา ลูเซียเคยบอกถึงความริษยาที่มีต่อน้องสาวต่างแม่ผู้เกิดมาได้รับทั้งความรัก ทรัพย์สิน คนเอาอกเอาใจ เป็นเหมือนเจ้าหญิงน้อยๆที่มีพร้อมสรรพ และทันทีที่น้องสาวของลูเซียเกิดมา พ่อของเธอก็หยุดติดต่อกับครอบครัวนอกสมรส นั่นคือปม...ของลูเซีย ที่เขาสัญญาว่าจะเป็นผู้สาง และสร้างทุกอย่างให้เธอ

 เขาประเคนแก่เธอได้ทุกอย่าง แค่เธอยิ้มให้เขาก็พอ ให้เธอ