entryนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Blodwen Town
Timeline ต่อเนื่องจากช่วงก่อนคริสตมาส นี่คือคริสต์มาสจริงๆจ้ะ
(ขอโทษที่ดองมาข้ามถึงสามเดือน!!!)
+ + + +

         ค่ำคืนนี้ถนนทุกสายในบลอดเวนสว่างไสวด้วยแสงไฟ โดยเฉพาะเส้นทางที่มุ่งสู่โรงแรม นักท่องเที่ยวซึ่งมีมาเยี่ยมเยือนเมืองพอสมควรต้องหยุดถ่ายรูปที่ระลึกกับซุ้มไฟเป็นที่สนุกสนาน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังโรงแรมซึ่งเป็นที่จัดงาน ที่ได้รับความนิยมก็คงเป็นไฟประดับที่พันกับโครงไม้ทำเป็นรูปร่างต่างๆ เช่น ต้นสน กวางเรนเดียร์ กล่องของขวัญ นาง็นฟ้า ดาว นกพิราบ ม้า วัว เห็ด มีกระทั่งหนูตะเภา...ที่เป็นหมา และรูปหนูตะเภายักษ์ ซึ่งเป็นที่สนใจ หนึ่งในผู้ที่อ้อยอิ่งชื่นชมซุ้มไฟก็คือเด็กหญิงผมสีแพลตตินั่มบลอนด์ที่วิ่งไปหัวเราะไป ชี้ชวนให้ดูนั่นนี่ด้วยเสียงใส กระโปรงจับระบายสีชมพูส้มพริ้วไหวน่าเอ็นดู          

           “เอลลี่ อย่าวิ่งแบบนี้ เดี๋ยวหกล้ม” เด็กชายย่างเข้าวัยรุ่นซึ่งมีผมสีเดียวกันเอ่ยเตือนน้องสาวด้วยเสียงเข้มงวดเกินวัย น้องสาวตัวน้อยเชื่อฟังวิ่งกลับมาจับมือผู้เป็นพี่แต่ก็ไม่วายมองซุ้มไฟอย่างอาวรณ์

           เอลลี่ กับ แอโรว์ ซึ่งเป็นน้องชายและน้องสาวของเออร์เนส ทำให้เอสเธอร์ยิ่งคิดถึงพี่ชายมากขึ้น เอวารีสแก่กว่าเธอไม่กี่อึดใจแต่ก็วางตัวราวกับตัวเองแก่กว่าเป็นสิบปี ปกป้อง ดูแล คุ้มครองเธอทุกครั้งที่มีภัย

               ภัย.....

              ในอกร้อนวาบ ความคลื่นเหียนจางๆก่อตัวส่งผลให้เธอซวนเซ หากก็มีมือมาช่วยประคองเอาไว้ เธอเงยหน้ามองผู้ที่ช่วยให้พ้นจากการล้มฟาด

             “ขอบคุณจ้ะเอิร์น”

            “ไม่สบายหรือครับ”

            หญิงสาวส่ายหน้าและพยายามยิ้ม

           “ไม่เป็นไรๆ สงสัยจะหิว” เธอพูดติดหัวเราะนิดๆ “ไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไร”

           แววตาของเออร์เนสบ่งว่าไม่เชื่อ หากก็ตอบเบาๆว่า

           “เข้าใจแล้วครับ”

           สั้นๆ แต่ใจความนั้นตีได้หลากหลาย เมื่อวานนี้เธอก็ได้ยินจากปากเด็กหนุ่ม...ซึ่ง มันเป็นคำที่เธอคิดว่า...เหมาะสมกับเขาดี

 

 

               “เข้าใจแล้วครับ”

                น้ำเสียงตอบนิ่งเกินไป...เหมือนว่าเจ้าหนุ่มน้อยเออร์เนสกำลัง....กลั้นหัวเราะเอาไว้ 

            อาคม...ฉันจะสาปหนังแอลิเกเตอร์เข้าท้องนาย!!

            เธอต้องคิดคำพูดแทบทั้งคืนเพื่อจะบอกเออร์เนสว่าอยากให้เขาเป็นคู่ควงไปงานคริสต์มาส เธอไม่ได้กะว่าเขาจะยอมหรอกนะ ก็เลยร่างเหตุผลใส่กระดาษแล้วกะว่าจะมาอ่าน ปากดันไม่ยอมขยับก็เลย.....ต้องเขียนคำว่า “ไปงานคริสต์มาสกับพี่นะ” ตัวโตใส่หัวกระดาษเพิ่มต่อหน้าเจ้าเอิร์นที่ดูงงๆ จากนั้นเธอก็ยืนกลั้นใจรอคำตอบ

            “ตกลงครับ”

            ประหนึ่งมีเสียงดังหง่างเหง่งในหัว เธอโผกอดเจ้าหนุ่มน้อย

            “ขอบคุณมาก ขอบคุณ”

           

 

             ยามที่เอสเธอร์ย่างเท้าเข้าสู่บริเวณงานสายตาของเธอก็ส่ายมองซ้ายขวาอย่างรวดเร็วแล้วก็ถอนหายใจยาว

            “คุณเทอรี่มองหาอะไรเหรอคะ” เด็กหญิงข้างตัวถามขึ้น ทำให้แก้มของแม่หมอปลั่งเป็นสีกุหลาบจางๆ

           เธอมองหาเขาคนนั้น...แต่แน่ล่ะจะหวังอะไร ในเมื่อนิสัยตานั่นเธอรู้ดี

           สองทุ่มเป็นอย่างน้อยกว่าจะนวยนาดมาได้ และคงมากิน กิน กิน แพ็คกลับไปกิน แล้วก็นวยนาดกลับไป เป็นภาระที่เธอต้องขอให้ทางครัวจัดอาหารส่วนของตาคนนี้เอาไว้ไม่ปะปน

         หึ!

         “เปล่าจ้ะ” เธอเกลื่อนสีหน้าด้วยรอยยิ้ม “ไปหาอะไรกินกันดีกว่าเนอะพวกเรา”

         เอลลี่ร้องดีใจรีบจูงมือพี่ชายคนกลางไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเธอก็หันมาทาง “คู่ควง” ของเธอ  พยายามไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆที่มองมาทางพวกเขา เอสเธอร์รับรู้ถึงสายตาสงสัย นัยนินทา เด็กสาวบางคนหันไปพูดกัน...กระซิบเบาหากเธอก็ได้ยิน... เธอเริ่มรู้สึกผิดที่ลากเด็กหนุ่มมาเป็นคู่ บางทีที่อาคมพูดคงจะถูก ควงเด็กอ่อนกว่ารอบครึ่ง ไม่แปลกที่คนจะหันมอง เอิร์น...หากไม่ใช่เธอ เขาคงจะควงเด็กสาววัยเดียวกัน มากกว่าสาวใหญ่เช่นเธอ

            “ขอโทษ...”

             เออร์เนสหันมาขมวดคิ้ว

             “ขอโทษ...ทั้งๆที่เธอควรจะควงสาวๆมางาน”

             ก่อนที่เอสเธอร์จะตั้งตัว เธอก็ถูกดึงเข้าไป แขนของเด็กหนุ่มอ้อมโอบหลังของเธอพาเดินผ่านพวกปากยื่นปากยาว

              “แค่เสียงพวกอีเดียดไม่กี่ตัว อย่าไปสน” เขาเอ่ยหน้าตาเฉยให้ลอยไปกระทบแม่นกกระจอกฝูงนั้นอย่างแรง ให้ตายสิ เจ้าหนุ่มนี่เหมือนเอวารีสเกินไปแล้ว

 

 

            หลังการกล่าวเปิดงาน การเต้นรำก็เริ่มต้นขึ้น อย่างไรก็ตามคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ลงไปที่ฟลอร์ หากกระจายอยู่รอบฟลอร์เพื่อดูการเต้นรำ บ้างก็ไปรับประทานอาหารที่จัดเอาไว้ เอสเธอร์เต้นกับเออร์เนสพอเป็นพิธีและส่งคืนคุณพี่ชายให้น้องสาว เธอปลีกมาดูแลเรื่องอาหาร และนึกดีใจที่เลือกสวมรองเท้าที่ส้นไม่สูงมาก ทั้งยังทำให้เดินได้มั่นคง แม้จะอยากใส่ส้นสูงๆสวยๆ แบบคุณชีล่า แต่คิดว่าอย่างเธออาจจะหัวทิ่มก่อน

            สองทุ่มตรง เธอกลับออกมาจากในครัว เห็นเออร์เนสเต้นรำกับน้องสาวอย่างมีความสุข เด็กหญิงเอลลี่หัวเราะไม่หยุด ดูร่าเริงกว่าปกติ ส่วนเออร์เนสก็ยิ้ม...ยิ้มอย่างที่เรียกว่ายิ้มธรรมชาติ ไม่ใช่การแสยะ แค่น หรือปั้น

           เธอเอนหลังพิงเก้าอี้ เคาะเท้ากับพื้นอย่างอารมณ์ดี

            “ไง” เสียงทุ้มลึกยานคางเล็กน้อยทักขึ้นทำให้เธอรู้สึกตัว หนุ่มผมทองใบหน้าแดงก่ำยืนค้ำหัวเธออยู่ เอสเธอร์สงสัยว่าเธอรู้จักเขาด้วยหรือ...ก่อนที่เธอจะลุกพรวดจนทำเก้าอี้ล้ม แต่เหมือนจะไม่มีใครสนใจ

           “มองตั้งนานคุ้นหน้า แม่สาวบึง...ไม่สิ แอชชี่นี่เอง เปลี่ยนจากยัยเฉิ่มเป็นสาวสวยตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” มือใหญ่ที่เหมือนมือปีศาจยื่นเข้ามาจับไหล่ของเธอ เอสเธอร์ปัดมันโดยแรง

           “อะไรกัน เพื่อนเก่าเจอหน้ากันแท้ๆ แถมเจอกันซะเมืองไกลปืนเที่ยงบ้านนอกอย่างนี้ได้ เกินคาดจริงๆ”

          “แกมาทำอะไรที่นี่”

           “พ่อฉันขยายฐานกิจการมาที่เมืองติดกันนี่ ฉันก็ตามมาประชุมในฐานะว่าที่CEOในอนาคตอันใกล้” แพรตตั้นไม่เคยพลาดที่จะประกาศว่าตัวเองมีพ่อเป็นเจ้าของธุรกิจข้ามชาติร่ำรวยมหาศาล “ฉันไปแอบสืบรู้มาว่างานเลี้ยงที่บริษัทพ่อจะจัดฉากจับฉันกับลูกสาวคนใหญ่คนโตน่ะสิ ได้ยินว่ายัยนั่นหน้าอย่างกับค้างคาว ฉันทนอยู่ใกล้ไม่ได้หรอก คิดถูกจริงๆด้วยที่หนีมา” แพรตตั้นก้าวรุกด้วยดวงตาวาวโรจน์มุ่งหมาย เคยเลวอย่างไรก็ยังเลวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

           เอสเธอร์ถอยหลังหนี ไม่รู้ตัวเลยว่าเดินออกมาถึงโถงระเบียงที่ปลอดคน หากเป็นฤดูร้อนหรือใบไม้ผลิ หน้าต่างของโถงนี้จะเปิดกว้าง หากในคืนฤดูหนาวหน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิท หญิงสาวตัวสั่น....กลัวจนน้ำตาไหลพราก

            “ว่าไง คืนนี้เราไปทบทวนความหลังสมัยยังหวานกันดีไหม”

            ภาพในอดีตหวนกลับมาเมื่อกำแพงที่เธอสร้างขึ้นในจิตใจทลายลง สิ่งที่แพรตตั้นกับพวกเคยทำเอาไว้ในคริสต์มาสนั้นกลับมาหลอนเธออีกครั้ง ซ้อนทับกับปัจจุบันจนแยกไม่ออก

             “โฮ่ มาอยู่นี่เอง” กลิ่นน้ำอบหอมฟุ้งนำมาก่อนเสียงถามรื่นรมย์ “โอ๊ะโอ๋...”

              อาคมมองเอสเธอร์ที่น้ำตานองหน้า กับชายแปลกหน้า รอยยิ้มกว้างขึ้น...เข้าขั้นแสยะ

              “อ๊ะมาขัดจังหวะสวีทสินะ ขอโทษๆ รับนี่ไว้ละกันนะ”

                เจ้าของร้านของเก่ายื่นแก้วบรรจุของเหลวสีอำพันกับจานเนื้อไก่ฟ้าแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

                “หึ ประสาท” แพรตตั้นหยิบเนื้อไก่งวงใส่ปากแล้วดื่มเครื่องดื่มตาม “เหล้าดีนี่...เอาล่ะ มาต่อเรื่องของเราดีกว่า โอ๊ย!”

                แพรตตันยกมือกุมท้อง สีหน้าบิดเบี้ยว แล้วก็ค่อยๆทรุดตัวลง ปากพยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็เหมือนโดนบีบเอาไว้...ซึ่งก็จริง

                “นี่แน่ะ มารังแกแม่จ๋า” คนที่หนึ่งล้วงมือเข้าไปบิดไส้แพรตตั้น

                “เดี๋ยวกินตับเลย ตับแดงๆ” คนที่สองบีบปากเอาไว้แน่นหนา

                “แม่อย่าร้องไห้สิจ๊ะ” คนที่สามเข้ามากอดเธอ “ไปตามพ่อดีกว่า”

                “ลากไปเก็บที่ห้องมันไป๊” อาคมเดินกลับเข้ามาก้มลงข้างๆตัวแพรตตั้นที่หมดสติ หยิบกุญแจห้องพักส่งให้เด็กชายเสื้อเขียว เจ้าหนูกับพี่น้องช่วยกันจับแพรตตั้นให้ยืนขึ้น สภาพเหมือนหุ่นเชิดแต่ดูเผินๆก็เหมือนคนเมาหนัก แล้วพาแพรตตั้น “เดิน” หัวโขกโน่นนี่ออกไป

              “ไง”

                เขานั่งยองๆเอียงคอมองใบหน้านองน้ำตาของหญิงสาว ยื่นขวดเครื่องดื่มให้เธอ “จิ๊ก...เอ้ย หยิบน้ำแร่มาให้ จิบซะจะได้หายสั่น ไม่รู้หรอกนะว่าเธอกับมันมีเรื่องอะไรมาก่อน แต่พระเอกก็ต้องมาตอนจบจริงไหม ว่าแต่นั่นแฟนเก่าเหรอ”

                เธอสั่นหน้า รับเครื่องดื่มนั้นมาดื่มรวดเดียวเหมาขวด
                “สามีปัจจุบัน?”

                เธอกระชากคอเสื้อย้วยๆให้เข้ามาใกล้ เอ่ยขมุบขมิบเบาๆ...ตาลอย เอ่ยคำที่ไม่เคยบอกเล่าแก่ใครข้างหูเขา กลิ่นฉุนแอลกอฮอล์คลุ้งจากลมหายใจ...ที่กลับกลายเป็นหอมหวาน

                แล้วเธอก็คอพับซบลงมาบนอกหนุ่มสัญชาติไทย....

                “ตายหอง บอกจะเอาน้ำแร่ใครหยิบเจ็ดสิบดีกรีขวดเล็กมาให้ เอ้อ ฟาดเข้าไปได้ทั้งขวดในกรึ้บเดียว แบบนี้ก็วูบสิแม่คุณ!”

                เขาได้แต่รำพันกับชะตากรรมที่ต้องรับผิดชอบหญิงสาวที่เมาหมดสติ แต่มือยังยืดเสื้อเขาไว้แน่น...ราวกับเขาคือที่พึ่งเดียว

 

 

 

ทูบีคอนตินิว.......ขอส่งมอบหน้าที่ให้กับพี่อีฟ

 

Credit

Movivin -- ที่ให้ลูกชายและน้องๆมาโลดแล่น

ชาวบลอดเวนที่แต่งแต้มคริสต์มาสงดงาม ขอบคุณสวิตรที่น่ารักมากๆ แต่เอสเธอร์กลับจิตตกเกินกว่าจะเข้าไปโค้งขอเต้นรำด้วย

 

ขอบคุณที่โลกนี้มี หนูตะเภา!!!

               

 Dedication: แด่พี่น้องร่วมโลกที่ประสบภัย.........ขอให้ทุกคนก้าวพ้นผ่านคืนวันอันมืดมน

edit @ 12 Mar 2011 18:32:14 by Esther

Comment

Comment:

Tweet

กร๊าก ถึงคิวอีฟต่อเรื่องแล้วซี ! อา...อา...
/โผล่ออกจากไหดอง/
เอนทรี่นี้...เหมือนว่าอดีตด้านมืดของแม่หมอจะเปิดเผย !
อา......
โธ่ แม่หมอ

+ อาคมโผล่มาแบบฮีโร่เชียว

#1 By อีฟ on 2011-03-13 19:19

Tags