[BT] Some days before Christmas 01

posted on 15 Dec 2010 20:48 by esther-terrible in fiction

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

 
โปรเจคโคระหว่าง ข้าพเจ้าและพี่อีฟค่ะ (รัวกลอง) หวังว่าทุกคนจะชอบนะ เทอรี่มันก็ซึนแตกของมันอย่างนี้แหละ (ภูมิใจในลูกสาวตัวเองอย่างยิ่ง) ซีรีย์นี้ก็หวังว่าจะทำให้ได้เห็นอีกด้านของเทอรี่ ด้านมืดๆที่เธอผู้สดใสเก็บซ่อนไว้ในอดีต (??) รับรองค่ะว่าไม่เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมหั่นศพทิ้งบึงให้จระเข้ทึ้งทำลายซากแน่นอน
 
 
เอาละค่ะ ขอเชิญเอนจอยกับตอนแรกของซีรีย์นี้ได้ค่ะ
 
ด้วยรัก
 
 
Pompam, the Lady Panda
 
+=+=+=+=+=+=+=+
 
 
 

                เสียงกระพรวนกรุ๋งกริ๋งดังสะท้อนในบ้านหลังงามทรงนอร์มังดียามที่เจ้าคาปิบาร่าตัวกลมวิ่งไปมา ปลอกคอผ้าหนานุ่มสีแดงขาวเขียวซึ่งติดกระพรวนเล็กๆไว้หลายอันกำลังเป็นสิ่งที่มันเห่อนักหนาหลังจาก “มี๊” เอามาสวมให้เมื่อคืน ขาป้อมๆพาร่างตุ้ยนุ้ยขึ้นบันไดไปยังชั้นที่สามของบ้าน ประตูห้องทำงานของ “มี๊” แง้มอยู่ เจ้าหนูตะเภายักษ์จึงเอาจมูกดันให้เปิดแล้วมุดเข้าไป

                สาวเชื้อสายเคจันเงยหน้าขึ้นจากงานถักที่กำลังทำค้างอยู่แล้วส่งยิ้มให้มัน เซอร์ลอยน์ใช้อุ้งเท้าเขี่ยไหมพรมกลุ่มใหญ่บนพื้นไปมา พอเธอดุเบาๆมันก็หยุด ทำหูลู่ แล้วก็มาตะกายเธอ ท่าทางบอกให้เธอหยุดมือและพามันออกไปเดินเล่นได้แล้ว เธอลูบหัวมันด้วยความรัก

                “อีกนิดเดียวนะจ๊ะ ถักจบแล้ว ลงไปรอก่อนนะ”

                คาปิบาร่าร้องอื๊ดๆ แล้ววิ่งออกไป ผู้ที่ยังคงนั่งนิ่งบนเก้าอี้นวมถอนหายใจ นั่งถักชุด ถักผ้าพันคอไปเป็นสิบๆแล้ว ตอนนี้สมควรที่จะออกไปเดินเล่นจริงๆนั่นแหละ ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ....สายตาเหลือบไปมองปฏิทินที่อยู่ข้างนาฬิกา....อีกไม่กี่วันก็จะคริสต์มาสแล้ว

                ฉับพลัน บางสิ่งก็แวบเข้ามาในหัว...ความทรงจำเก่าๆ เรื่องเก่าๆ

                เธอหลับตา สูดลมหายใจเข้าออกอย่างตั้งสมาธิ

                มันผ่านไปนานแล้ว อย่าไปคิดถึงมัน มีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะ ใช่ ไม่มีประโยชน์จะไปมัวยึดติดกับเรื่องในอดีต

                ลืมมันยากนักก็อย่าคิดถึงมัน!            

                “อื๊ดดดดดดดด” เจ้าเซอร์ลอยน์ร้องเรียกงอแง เธอจึงรีบหยิบเสื้อโค้ท ผ้าพันคอสีม่วงที่ถักเอง และหมวกไหมพรม แม้อากาศของบลอดเวนจะไม่ได้หนาวจัด หากเธอก็ไม่ไว้ใจสุขภาพตัวเอง ไม่อยากป่วยช่วงสิ้นปีให้ต้องนอนซมท่ามกลางความสุขรอบๆตัว สมัยเด็กๆเธอเคยป่วยหนักจนต้องนอนโรงพยาบาลตั้งแต่ก่อนคริสต์มาสไปจนถึงหลังวันสิ้นปี แม้แม่และยายจะเอาอาหารฉลอง ขนมเค้กพิเศษ และของขวัญหลายชิ้นมาให้เธอ พ่อที่ปกติไม่ค่อยทำตัวอ่อนโยนแถมยังจะไม่กลับมาฉลองคริสต์มาสเพราะตัวเองยังอยู่ถึงอังกฤษก็อุตส่าห์บินกลับมาพร้อมของขวัญเป็นลูกหมาคอร์กี้ด้วยความความสงสารลูกสาวที่ต้องเดียวดาย เอวารีสพยายามจะทำตัวเองให้ป่วยด้วยเพื่อจะได้มาอยู่เป็นเพื่อนเธอ แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้ใครๆจะพยายามชดเชยความสุขนั้นให้ เธอก็ยังรู้สึกว่างเปล่า แม้จะดีใจว่าทุกคนเป็นห่วง แต่ลึกๆก็รู้สึกว่าเป็นภาระและความกังวลของคนอื่นอยู่ดี พอโตขึ้น เธอก็ยังคงป่วยช่วงฤดูหนาวเหมือนเดิมราวกับคำสาป ปกติเอวารีสมักจะหยุดช่วงคริสต์มาสเพื่อรับมือกับการป่วยของเธอ (ที่รวมไปถึงบาดเจ็บ ในกรณีที่ไม่เจ็บป่วยใดๆ) ตอนนี้อยู่แยกกันแล้ว เธอต้องดูแลตัวเอง ปีที่แล้วเธอเป็นหวัดส่งท้ายปี ส่วนปีนี้ก็เลยกินอาหารวิตามินซีสูง ออกกำลังกาย นอนแต่หัวค่ำเป็นเด็กอนามัย แถมยังไปฉีดยาป้องกันไวรัสหวัด กับโรคอื่นๆเท่าที่จะมีให้ฉ๊ดได้ ทว่าสิ่งที่ยังไม่อาจกำจัดได้ก็ยังมีอยู่ ยิ่งเข้าใกล้วันคริสต์มาสเธอก็ยังรู้สึกถึงมัน

                ลืมมันซะ เธอจ้องเข้าไปในดวงตาของเงาตัวเองบนกระจก

               

                “อื๊ดดดดดดอื้ออออออออออออออ” เจ้าเซอร์ลอยน์ร้องอย่างร่าเริงที่ได้ออกมาวิ่งบนสนาม มันสวมเสื้อกันหนาวหนานุ่มสีดำ มีปีกเทวดาอันเดียวที่ “มี๊” เรียกว่าชุดเซฟิรอธ

                คาปิบาร่าน้อยหันไปทางบ้านแล้วร้องเรียกเพื่อนซี้ต่างเผ่าพันธุ์ เจ้าอีกาอาร์มานด์ซึ่งนอนขดอยู่ในรังเหนือเตาผิงไม่สนใจคำเรียกหาแกมเย้ยนี้

                เอสเธอร์กวักมือเรียกเจ้าตัวกลมให้มาใส่สายจูงรัดอกก่อน เจ้าหนูตะเภายักษ์ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ หากก็ยอมอยู่นิ่งๆให้สวมแต่โดยดี

                stay เธอสั่งมัน เซอร์ลอยน์นั่งแปะลงบนพื้นเย็นๆทันที หญิงสาวหันไปหยิบถุงกระดาษใบใหญ่ที่วางไว้ตรงชานพัก แล้วจึงออกเดินพาเจ้าตัวกลมออกจากบ้าน เพื่อจะเดินเลียบข้ามจัตุรัส เลี้ยวมุมถนนผ่านบ้านของสองพี่น้องมาร์โซ เธอไม่เห็นคุณนอกซ์-แกริสัน“แขก” ประจำของบ้านหลังนี้มาพักใหญ่แล้ว ถามจากซาเวียร์ก็ได้ความว่างานของเขาที่บลอดเวนเสร็จแล้ว เหลือแค่รายละเอียดอีกเล็กน้อยที่ไม่จำเป็นต้องมาประจำ แต่ก็อาจจะแวะมาหากจำเป็น มิน่า เจ้าหงเป้า(ที่เหมือนซาลาเปาสำหรับเธอ) ถึงได้ซึมๆไป มองเข้าไปในบ้านก็ไม่ได้เปิดไฟสักดวง หรือเจ้าของบ้านทั้งสองจะไม่อยู่กัน

                เธอมาหยุดเท้าที่ถนนหน้าร้าน Brown Sucre เพราะสายตาที่เหลือบไปทางร้านของเก่าที่ตั้งอยู่ชั้นล่างของอพาร์ตเมนท์ และเห็นว่าป้ายซึ่งเขียนว่า“หยุดไปธุระหนึ่งสัปดาห์ โปรดระวัง กุมารทองร้านนี้ดุ” หายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วย “กรุณาเลี้ยวเข้าร้านนี้ เจ้าของหล่อ”