[BT ] Terri's terrible terror (01)
posted on 27 Sep 2009 21:17 by esther-terrible in Estherเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ Blodwen
MEMO จาก แป๋มแป๋ม ----- > อูอา...เขียนฟิคโคกับพี่อีฟเป็นความทรงจำสุดยอด...กว่าจะจบได้หลังก็กลายเป็นริ้วเลยค่ะ (โดนเฆี่ยน ซี๊ด) ตอนนี้เป็นตอนที่ต่อเนื่องจากซีรีย์ของอีวิล ตอนที่ชื่อ Higher (01) ค่ะ ใครยังไม่ได้อ่านย้อนกลับไปอ่านด้วยนะคะ ฟิคนี้ยาวประมาณยี่สิบหน้าเลยจะทยอยๆลงค่ะ
ฟิคนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งของแม่หมอที่จะได้เจอกับศัตรูตามธรรมชาติค่ะ! ตอนแรกคิดว่าจะเงียบๆไว้แล้วปล่อยให้เดาว่าเขาเป็นใคร....แต่คงไม่ต้องเดากันแล้ว (เพราะก็รู้กันโดยถ้วนหน้าไปแล้ว) เขียนฟิคเซทนี้ทำให้ต้องขุดความรู้เรื่องไสยศาสตร์ที่ดองเค็มในหัวออกมา จุดที่ทำให้ดูแล้วแฟนตาซีมากๆในเรื่องนี้อาจจะดูเกินจริง...แต่มันเกิดได้จริงค่ะ แต่จะเชื่อกันหรือไม่นั้นก็แล้วแต่คนนะ
ใครที่ยังไม่รู้ว่าศัตรูตามธรรมชาติของแม่หมอคือใคร คลิกค่ะ
ต่อไปก็ เชิญอ่านได้เลยยย
(*3*)
\(^o^)/
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ลัดฟ้า ข้ามทะเล ไกลออกไปหลายพันไมล์
Paris
หญิงสาวสะดุ้งตื่นจากนิทราพร้อมยกมือทาบอก รู้สึกถึงความร้อนที่จับขั้วหัวใจขึ้นมา เตียงนุ่มของห้องพักโรงแรมเหมือนจะร้อนเป็นไฟ มือเรียวคลำหาปุ่มเปิดไฟที่ขับไล่ความมืดของห้องไปได้ หากความรู้สึกมืดมนในใจนี้มันอะไรกัน
อะไร อะไร อะไร
น้ำเย็นจัดที่วักล้างหน้าไม่ได้ช่วยให้รู้สึกดี
ต้องมีอะไรเกิดขึ้น
อะไรที่ร้ายกาจ
เอสเธอร์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดต่อไปยังโอเปอเรเตอร์โรงแรมที่รับสายเป็นภาษาฝรั่งเศส
"Oui, Mademoiselle. Mai je vous aider? (ครับคุณผู้หญิง มีอะไรให้รับใช้ครับ)"
"Je veux un international appel (ฉันจะต่อสายต่างประเทศค่ะ)"
"Oui. Mai je demande le nombre et le pays de destination (ครับ ขอทราบหมายเลขกับประเทศปลายทางครับ)"
เธอบอกหมายเลขและตามด้วยที่หมายว่า....
"La Nouvelle-Orléans d'Amérique (นิวออร์ลีนส์ อเมริกาค่ะ)"
"Juste un instant (กรุณารอสักครู่ครับ)"
เธอรออยู่พักหนึ่งกระทั่งมีสัญญาณจากปลายสาย ช่วยตื่นรับทีเถอะพี่ชาย....
"สวัสดีครับ"
"อีวิล!"
"อ่า ไม่ใช่ครับ....เพื่อนเขารับแทนครับ...นั่น...เทอรี่ใช่ไหม"
"ค่ะ คุณ.....?"
"ฉันวินซ์เอง"
"ไงวินซี่ อีวิลล่ะหลับแล้วหรือ" อะไรกัน เธอร้อนใจแทบตาย พี่ชายฝาแฝดที่เธอเป็นห่วงดันกกผู้ชายอยู่เสียได้ รู้งี้ไม่โทรมาให้เปลืองเงินหรอก!
"เอ่อ....ใช่กำลังหลับ....ขอบคุณครับหมอ"
"หมอ? อะไรกัน เกิดอะไร!" สีเลือดหายไปจากใบหน้าของเธอ "วินซี่ อีวิลเป็นอะไร"
"โรคกระเพาะ พักผ่อนไม่เพียงพอ รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ไข้หวัดธรรมดา แล้วก็ไส้ติ่งอักเสบระยะเริ่มต้น"
เอสเธอร์ถอนหายใจโล่งอก เธอไม่อยู่แป้บเดียวพี่ชายที่แสนถึก แสนแข็งแรงทำไมกลายเป็นแบบนี้ได้ คุยกันผ่านกล้องเว็บแคมไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขาก็ดูดีๆอยู่นะ
"แล้วทำไมนายโผล่ไปได้พอดีล่ะ!"
"เรื่องมันยาวน่ะ...ว่าแต่เธออยู่ไหน เมืองนั้นมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือแล้วเหรอ"
"ตอนนี้อยู่ปารีส มาบรรยายพิเศษที่ซอร์บอนน์น่ะ นี่ฉันใช้โทรศัพท์โรงแรมโทร ถ้าเขาตื่นแล้วโทรหาฉันได้ไหม ใช้เบอร์มือถือฉันได้เลย"
"ได้"
เธอคุยกับเขาอีกสองสามประโยคแล้วก็วางสาย รู้สึกโล่งใจไปอีกเปลาะหนึ่ง นาฬิกาที่หัวเตียงบอกเวลา 8:00 น. เวลานัดบรรยายพิเศษคือบ่ายสามโมง วันนี้เธอยังมีเวลาให้ทำอะไรอีกเยอะแยะ
หญิงสาวเดินมาแหวกหน้าต่าง หรี่ตาลงเล็กน้อยเพราะแสงแดดที่เริ่มจ้า
ออกไปเดินเล่นสักหน่อยคงไม่เลว บางทีอากาศสดชื่น และแดดอุ่นๆจะช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น
หนึ่งชั่วโมงต่อมาเอสเธอร์ก็มานั่งอยู่ในรถไฟใต้ดินของฝรั่งเศส ที่เรียกว่า Métro ต่างจากอเมริกาที่เรียกมันว่า Subway ส่วนอังกฤษเรียกว่า Tube วันธรรมดาเวลาเช้าเช่นนี้รถไฟอัดแน่นไปด้วยคนมากมาย เธอแต่งตัวกลมกลืนกับชาวปารีส ด้วยกระโปรงสีเข้มและโค้ทกันลมหนาวอ่อนๆในฤดูใบไม้ร่วง
-ไม่ได้เห็นปารีสกี่สิบปีแล้วนะ-
- กี่ร้อยปีต่างหาก อองรี-
เอสเธอร์เหลือบมองวิญญาณสองตนที่เธอใจดีปล่อยออกมาเดินเล่นเป็นเพื่อน อองรีดูจะตื่นเต้นที่สุดเพราะได้กลับมายังประเทศเกิดของตัวเอง ดิมิทริโอนั้นก็มีอาการไม่แพ้กัน เมื่อวานตอนไปแวร์ซายน์ก็มัวแต่ดูนั่นนี่จนหลงหายไปทั้งคู่ ไม่ได้กลัวบรรดาผีเจ้าถิ่นกันเลย!
"ถ้าหลงอีกที ฉันเอาพวกนายไปถ่วงแม่น้ำแน่" เธอขู่ จริงๆก็คือเป็นห่วงผีที่ทำตัวเป็นเด็กชอบเดินหลงนั่นแหละ เพราะผีรับใช้ไม่เหมือนหมาหายที่จะไปติดประกาศตามหาได้ ยิ่งในเมืองที่มีคนหนาแน่น วิญญาณก็มาก การตามหาผีหายต้องใช้พลังจิตมากพอดูและเธอก็รำคาญผลจากตอนนั้น
เอสเธอร์เดินผ่านถนนChamp Eliseอันวิจิตร และรุ่มรวยไปอย่างไม่ใส่ใจ เธอมาปารีสหลายครั้งจนถนนนี้ไม่มีอะไรดึงดูดใจเธอได้อีกต่อไป กระทั่งเธอมาถึงร้านของเก่าที่ซุกซ่อนอยู่ท่ามกลางความหรูหรา รอยยิ้มบางๆก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเธอ
กระดิ่งร้านดังเบาๆเพื่อบอกคนข้างในว่ามีผู้มาเยือน ร้านของเก่านี้เธอเคยมาเยือนบ่อยๆเวลามาปารีส มีศิลปะวัตถุ ข้าวของโบราณ เครื่องประดับคุณภาพสูง เปี่ยมคุณค่ามายังร้านนี้เรื่อยๆ การมาที่นี่ทุกครั้งเธอต้องได้อะไรติดมือกลับไป แล้วคราวนี้เธอก็ตั้งใจว่าจะต้องไม่ผิดหวัง
ปิแอร์ ลูกชายเจ้าของร้านเข้ามาทักทายเธอที่ติดลิสต์ลูกค้าชั้นดี จากนั้นก็เริ่มการเสนอขายสิ่งที่เอสเธอร์แสดงความสนใจอย่างมืออาชีพ ไม่มีการยัดเยียด แต่ค่อยๆปล่อยให้ลูกค้าซึมซับคุณค่าของของแต่ละชิ้นแล้วตัดสินใจเอาเอง มีการโน้มน้าวเป็นจังหวะซึ่งไม่ทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดแต่อย่างใด
"Sword, you know a sword. Long and sharp" เสียงภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันกระแทกหูเธอทันที ไม่ใช่เรื่องปกติที่จะได้ยินภาษาอื่นนอกจากฝรั่งเศสบนแดนตราไก่นี้ "โอ๊ย ทำไมมันเข้าใจยากยังงี้วะ"
ลูกจ้างของร้านกำลังพยายามทำความเข้าใจกับลูกค้ารายหนึ่งซึ่งบ๊งเบ๊งส่งภาษาอังกฤษเพื่ออธิบายอะไรบางอย่าง แต่ก็นะ....ในปารีส ภาษาเดียวที่คนที่นี่ทำท่าว่าฟังออกก็คือฝรั่งเศส ชายผมดำยาวที่สวมเสื้อเขียวตัวย้วยๆ มีเสื้อกันหนาวตัวหนาสีส้มน้ำเงินกองอยู่บนเคานเตอร์ ที่ดูผิดจากผู้คนทั้งเมืองคือ อีแตะหนีบกับขาสั้นบานๆชายลุ่ยที่เขาสวม ช่างกล้าผจญอากาศหนาวเหลือเกิน! เจ้าของใบหน้าเข้มพร้อมหนวดเคราครึ้มรอบปาก ดูปราดเดียวก็บอกได้ว่าเป็นคนเอเชียยังคงแสดงความพยายามที่จะสื่อสารให้รู้เรื่อง ประมาณว่ามาตามหาดาบที่ปรากฏในความฝัน ยืนยันแข็งขันทีเดียวล่ะว่าดาบนั้นบอกว่าให้มาตามหามันที่นี่
ท่าจะบ้า....
เจ้าเด็กประจำร้านที่ลูกเถ้าแก่ผลักให้มารับหน้าที่ก็หน้าเหรองุนงง ตอบแต่โน่ง โน่ง หรือ ไม่ ไม่ ตลอด
ปัญหาข้อสำคัญของคนฝรั่งเศสบางส่วนคือ พวกเขามักไม่พูดภาษาอังกฤษ บางคนก็ไม่เข้าใจหรือไม่ได้เรียนมา ถึงเป็นประเทศท่องเที่ยวก็ตามที นัยว่า ข้าไม่ง้อ หรือไม่ก็เป็นความแค้นฝังหุ่นที่มีต่อฝรั่งเศสที่เป็นคู่ปรับกันมาแต่โบราณd
- นายหญิงๆ ไม่อยากเชื่อเลย-
ดิมิทริโอท่าทางตื่นเต้นเกินเหตุมาหาเธอ
- มาดูนี่สิ-
เอสเธอร์ขมวดคิ้วกับวิญญาณเจ้าปัญหา คืนนี้เอาไปแขวนไว้ตรงจตุรัสที่เคยเป็นลานประหารด้วยกิโยตินเสียดีไหมนะ
มีอะไร เธอสื่อจิตถาม
- ผมเจอสมุดสเกตช์เก่าของผม ซื้อคืนให้หน่อยได้ไหม ขอร้องล่ะ -
ให้ตายเถอะ สมกับที่ป้าเคยบอกว่า เลี้ยงผีก็เหมือนมีลูก ถ้าใจอ่อนก็จะเผลอตามใจจนเหลิงเอาได้
นายตายแล้วจะเอาสมุดสเกตช์ไปทำไมล่ะ
- ก็เพราะว่า....- เจ้าผีเกย์อิตาเลี่ยนหันกลับไปดูว่าคนรักของตนยังสนใจดูของอีกทางแล้วลดเสียงลงจนเอสเธอร์แทบจะไม่ได้ยิน - มีรูปที่ผมแอบวาดตอนหมอนั่น...อื้ม....เปลือยน่ะ แล้วก็บางรูปที่...ที่...ที่จินตนาการเอาเองด้วย ไงก็เถอะ ผมไม่อยากให้คนอื่นเห็นนี่ น้าๆๆๆๆ ซื้อให้หน่อยน้า แล้วผมสัญญาว่าจะทำตัวดีๆ-
อยากบอกเหลือเกินว่าจนป่านนี้สมุดนั่นอาจจะผ่านมือเจ้าของมาไม่รู้เท่าไหร่
อย่ามาทำตาเหมือนลูกหมาบาสเซทฮาวด์ใส่ฉันนะยะ.....ไงก็ไม่เด็ดขาด ฉันไม่ได้เป็นเศรษฐีนะ
- นายหญิงขอรับ ได้โปรด - ดิมิทริโอลากเสียง อ้อนแล้วอ้อนอีก
เออ...ก็ได้ เธอยอมเดินไปทางมุมหนึ่งของร้านซึ่งค่อนข้างมืด มีสมุดสเกตช์เก่าๆอยู่ในห่ออย่างดี แล้วก็เห็นของดิมิทริโอใส่กล่องรวมไว้ต่างหาก
- ยังครบทุกเล่มหรือเปล่านะ-
ต้องมีกี่เล่ม....นี่มีห้าเล่ม
- ดีจัง ครบเลย-
ฉันไม่รับประกันนะถ้าอองรีรู้เข้าว่านายลวนลามเขาผ่านภาพวาดน่ะ เขาจะโกรธนายไหม
- ก็อย่าให้รู้สิ-
"ยาก" เธอยิ้ม แล้วเดินมาที่เคานเตอร์ "Je m'intéresse à l'original carnets de croquis de l'architecte Dimitrio Desiderio. (ฉันกำลังหาสมุดสเก็ตช์ต้นฉบับของสถาปนิค ดิมิทริโอ เดซิเดริโอค่ะ)"
"Ah, vous êtes tellement chanceux, mademoiselles. Nous avons toute la collection! (อ้า คุณช่างโชคดีครับคุณผู้หญิง เรามีทั้งชุดเลย)"
"Je veux tous. (ฉันเหมาหมดค่ะ)"
ปิแอร์มีสีหน้าเหมือนถูกหวยเบอร์ใหญ่ ท่าทางเหมือนเคยพยายามเข็นขายของที่ดองในร้านมาหลายปีนี้ไม่สำเร็จมาหลายที ทั้งแบบขายแยก ขายยกก็ขายไม่ออก ลูกค้าสาวคนนี้ก็ไม่ใช่พวกซื้อง่ายนักแต่กลับเจาะจงเอาของทั้งเซท เขารีบไปนำสมุดสเก็ตช์ที่เก็บใส่กล่องอย่างดีมาเปิดให้เธอดูอย่างระมัดระวัง พลางบรรยายสรรพคุณว่ายังมีสภาพกระดาษที่ดีเลิศ ได้รับการรักษาอย่างดี เอสเธอร์ดูก็รู้ว่าเป็นดังคำโฆษณา น่าเสียดาย ถ้าดิมิทริโอดังกว่านี้เอาไปขายต่อหรือออกประมูลเธอน่าจะรวยได้ในพริบตา ปิแอร์แจ้งราคาซึ่งเรียกได้ว่าสูงแต่ก็ไม่เกินกว่าที่เอสเธอร์สามารถจ่าย ขอบคุณรายได้การเป็นแม่หมอแห่งนิวออร์ลีนส์ที่ส่งเสริมให้เธอถลุงเงินได้สบาย
"รับอะไรเพิ่มไหมครับ"
"ไม่เป็นไรค่ะ อืม....ช่วยห่อแบบกันไอเค็มทะเลด้วยนะคะ ฉันจะต้องเดินทางด้วยเรือ"
"รับทราบครับ"
"ด็อกเตอร์! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ" เจ้าของเสียงดังมาก่อนตัวนั้นเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก โอกูส เจ้าของร้านที่เดินหัวเหน่งออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้างบาดใจ แบบโปรยเสน่ห์เต็มที่ แถมมีการแวะถีบลูกชายให้หลีกห่างจากสาวสวย แล้วมายืนชิดเท้าจูบมือเอสเธอร์ด้วยมาดสุภาพบุรุษฝรั่งเศสรุ่นเก่าเก๋ากึ้ก
"มองซิเออร์ คุณเองยังหล่อเหมือนเดิมนะคะ"
เจ้าของร้านหัวเราะเสียงดัง ยกมือลูบหนวดเรียวของตัวเอง
"Chéri Terri (เทอรี่ที่รัก) แหม ช่างปากหวาน นี่ๆ ผมมีของอยากให้คุณดูนะ เพิ่งได้มาใหม่ ดุน่าดูเลยแต่เป็นคุณน่าจะกำราบไหวนะ"
"อะไรหรือคะ"
"ฮ่ะๆ รอเดี๋ยวนะจะไปเอามาให้ดู"
โอกูสพูดเหมือนมีเลศนัย แล้วเดินหายไปหลังร้านครู่หนึ่ง แล้วกลับมาพร้อมกับห่อผ้าสีแดงสดซึ่งพันวัตถุรูปร่างยาว มีเชือกขาวมัดอย่างแน่นหนา เขาวางมันบนโต๊ะแล้วค่อยๆคลี่ผ้าออกเหมือนเรียกความตื่นเต้นจากผู้ที่เฝ้าดู
ดาบ....
เพียงแค่เผยเห็นเนื้อไม้สีแก่ของฝักเอสเธอร์ก็รู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา เหมือนดาบนี้จะคุกคามเธออยู่ เธอยิ้มบางๆราวกับมันจะรับรู้ได้และค่อยๆแตะลงไป ไล้เบาๆ แล้วจึงยกขึ้นมาพินิจใกล้ๆ ทันทีที่ชักออกก็มีเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง...ทั้งๆที่ไม่มีเมฆฝนตั้งเค้าสักนิด
โอ๊ะโอ๋.....เจอของดีเสียแล้ว
มันเป็นดาบที่ส่งประกายแตกต่างจากดาบที่เอสเธอร์เคยเห็นโดยเฉพาะอักขระที่จารลงบนเนื้อโลหะที่กั่นดาบก็ดี ใบดาบสะท้อนเป็นสีเขียวดังปีกแมลงทับ ปราดเดียวก็ดูรูปว่าเป็นดาบเก่า และต้องเคยดื่มเลือดมาไม่น้อย เธอลูบไล้ไปตามผิวโลหะก็รู้สึกเหมือนมันจะสั่นเบาๆ เธอยิ้มแล้วเก็บมันลงฝัก
ของดีเช่นนี้เทอรี่ไม่พลาด....
"ตกลงค่ะ"
"ครับ 3000 ยูโรครับ พิเศษๆ"
ฉับพลันมือใหญ่พุ่งเข้ามาคว้าดาบออกไปจากมือของเอสเธอร์
"This is what I want!!"
"คุณ!" เอสเธอร์ร้องออกมา
"คุณผู้หญิง ผมต้องการดาบนี่ ตัดใจเสียเถอะ"
เขาแย่งดาบไปชักดู สีหน้าพึงพอใจอย่างที่สุด
ส่วนเอสเธอร์ก็เดือดอย่างมากที่สุด
เสกกบเข้าท้องเสียดีไหม!
"ขอโทษนะคะ ฉันตกลงการซื้อแล้วนะคะ" เธอจ้องชนิดที่เกือบจะแหกอกเขาได้ด้วยสายตา
"ผมมาก่อน"
"คนที่เห็นของก่อนคือฉันค่ะ"
"แต่มันเรียกให้ผมมาที่นี่ บอกให้ผมมาตามหามัน...พูดไปคุณคงไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่านี่น่ะไม่ใช่ของสำหรับเอาไปแขวนโชว์ มันเป็นดาบลงอาคม เป็นอาวุธ เอาไปแต่งบ้านไม่ได้หรอก มันจะทำให้คุณพินาาาาาศ" เขาพูดเสียงดุดัน แถมเน้นคำท้ายอีก แต่คิดหรือว่าเอสเธอร์ที่เจอยิ่งกว่าดาบมีอาถรรพ์จะกลัว อีกประการคือ เธอไม่เคยมองของเหล่านี้ด้วยสายตาเดียวกับพวกนักสะสมทั่วไป ซ้ำคำพูดดูถูกเช่นนั้นทำให้แม่หมอเดือด
เธอไม่ใช่คนยอมใครง่ายๆเสียด้วย
"หึๆ" เอสเธอร์หัวเราะเบาๆ สืบเท้าเข้าหาเขาช้าๆราวกับชายตรงหน้าเป็นแค่ลูกกวางตัวจ้อยที่จะกลายเป็นอาหารของนางเสือสาวอย่างเธอ
"หือ" เขาเงยหน้าจากดาบเมื่อรู้สึกว่าเธอมายืนใกล้ ครั้งขยับถอยหลังแต่เธอก็รุกเข้าหา ดวงตาเป็นประกายจ้องลึกสบประสานกับดวงตาสีเข้ม แล้วยกมือแตะแก้มที่รกด้วยไรเครา ชายหนุ่มผงะแต่เธอก็ตรึงบังคับให้เขานิ่งสบตา เรียวแขนโอบโน้มศีรษะเขาลงมาแล้วแนบจุมพิตหวานล้ำให้ ดวงตาสีนิลคู่นั้นเบิ่งกว้างหากเจ้าของร่างไม่อาจขัดขืน แม่หมอไล้ปลายลิ้นนุ่มบนกลีบปากหยักได้รูปนั้นจนเขาเผยอมันออก เธอแทรกปลายลิ้นเข้าไปจนเขายอมเปิดปากแต่โดยดี
เมื่อแนบชิด เธอก็รู้สึกว่ากลิ่นของเขานั้นแปลก มันหอมลึกล้ำอย่างบอกไม่ถูก ทั้งไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่เป็นเหมือนเครื่องหอมตะวันออก หรือสมุนไพร ทำให้เธอเผลอสูดกลิ่นของเขาไปเต็มๆจนเกือบตาลายเสียสมาธิเอง
เธอสูบเอาลมหายใจเขาแล้วพ่นลมหายใจตัวเองเข้าไป พร้อมกับรัดร่างเขาแน่น จนในที่สุดเขาก็ตกอยู่ในอำนาจเธออย่างถอนไม่ขึ้น
เอสเธอร์ปลดดาบจากมือเขาทั้งที่ยังโน้มนำให้อีกฝ่ายหลงติดในภวังค์ ดิ่งลึกที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่รู้ตัวก่อนเวลาที่ต้องการ เมื่อเธอถอนปากออกก็ยิ้มอย่างสบใจที่เห็นนัยน์ตานั้นเลื่อนลอย อีกทั้งยังตัวแข็งทื่อเหมือนโดนมนต์นางเมดูซ่า
"คิดเงินเลยค่ะ" เธอยกหลังมือขึ้นเช็ดปาก
"เอ่อ...เขา..."
"อีกครึ่งชั่วโมงก็คงรู้สึกตัวค่ะ" เอสเธอร์วางเงินจ่ายอย่างอารมณ์ดี "แต่ถ้าเขาเกะกะร้านละก็ฉันสั่งให้เขาออกไปข้างนอกก็ได้นะ"
โอกูสเกาหัวแกรกๆ อย่างไรชายคนนี้ก็ลูกค้าเขาเลยไม่ว่าอะไรถ้าจะปล่อยไว้ เอสเธอร์รับดาบที่ห่อเรียบร้อยมากอด สื่อจิตไปถึงดาบโบราณซึ่งมันก็ตอบรับอย่างดี เธอจึงยกขึ้นมาจูบเบาๆ ปิแอร์ถือห่อสมุดสเกตช์ตามเธอออกมาและช่วยเรียกแท็กซี่ให้ เพราะเอสเธอร์คงไม่สามารถขึ้นรถไฟในสภาพนี้ได้ ยิ่งมีดาบซึ่งยังใช้ได้จริงไปด้วย
"ขอบคุณค่ะ"
"ใบรับรองผมจะส่งไปให้ที่ห้องพักนะ พักที่เดิมหรือเปล่า"
"ค่ะ"
"โชคดีครับ"
"พ่อ....เมื่อกี้มันอะไรน่ะ" ปิแอร์ยังอึ้งไม่หาย การโตมาในร้านของเก่าทำให้ได้เห็นเรื่องพิลึกๆเหนือธรรมชาติจนชิน แต่ไม่เคยเห็นการสะกดกันแบบนี้สดๆ แถมยังเป็นหญิงสาวที่เสียเปรียบในด้านรูปร่าง กับชายเอเชียที่จัดว่าสูงใหญ่ทีเดียว แต่เธอใช้เพียงแขนบางๆโอบรัด.....เอ่อพ่วงการจูบนั้นเข้าไปอีก เขาก็อ่อนยวบตาลอย
เรียกว่าอ่อนสยบแข็งได้หรือเปล่านะ
โอกูสลูบหัวโป๊งเหน่งไปมาแล้วก็ส่ายหน้า
"ไม่รู้ว่ะ วิชาพวกวูดูมั้ง" เอ่ยแล้วก็ปรายสายตาไปทางชายหนุ่มที่ยังยืนเป็นรูปปั้นมนุษย์"พอเขาตื่นแล้วแกลองถามดูละกันว่าอยากได้อย่างอื่นแทนไหม แล้วอย่าให้ได้ที่อยู่คุณด็อกเตอร์ไปล่ะ ผิดนักก็เรียกตำรวจมาซิว ป๋าไปนอนต่อล่ะ ง่วง"
TO BE CONTINUE
บันทึกท้ายตอน:
ขอบคุณกูเกิ้ลที่มีทั้งแผนที่ และแปลภาษาให้ได้ใช้ อย่าใส่ใจกับภาษาฝรั่งเศสนะคะ....ซับนรกค่ะ แป๋มไม่ได้เรียนฝรั่งเศสมานะ orz
ผิดถูกอย่างไรก็อภัยก็แล้วกัน ฮี่
edit @ 28 Sep 2009 01:22:40 by Esther
edit @ 28 Sep 2009 09:27:18 by Esther
edit @ 28 Sep 2009 09:33:03 by Esther
edit @ 28 Sep 2009 13:48:47 by Esther
edit @ 28 Sep 2009 19:11:53 by Esther
edit @ 28 Sep 2009 19:13:25 by Esther
edit @ 28 Sep 2009 19:22:00 by Esther

#@$#$#$!@#%@#!%%@#%@#
อาคมมมมมมมม คมมมมมมมม คมมมมมมมมมมม
5555555555555+ ยอดเยี่ยมเทอรี่ เจ๋งมากกก
กู๊ดจ็อบบบบบบบบบบบบ!! TwwwT b!!!!
#1 By Nye on 2009-09-28 01:26